head-banhardsumlan207
วันที่ 23 ตุลาคม 2021 3:37 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านหาดสำราญ มิตรภาพที่ 207
โรงเรียนบ้านหาดสำราญ มิตรภาพที่ 207
หน้าหลัก » นานาสาระ » อะไรนักหนาที่หน้าเสาธง

อะไรนักหนาที่หน้าเสาธง

อัพเดทวันที่ 4 ธันวาคม 2020

อะไรนักหนาที่หน้าเสาธง

อะไรนักหนาที่หน้าเสาธง
อะไรนักหนาที่หน้าเสาธง สิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของนักเรียนทุกคนในเวลาเช้าก่อนเข้าเรียนเสมอ คือ กิจกรรมหน้าเสาธงที่ทุกคนในโรงเรียนจะต้องมาเสียเวลารวมตัวเพื่อทำแค่เคารพธงชาติตอนแปดโมงเช้า และทำกิจกรรมเสริมอื่น แต่ถ้าใครไม่อยากเข้าแถวก็แค่ยอมมาโรงเรียนสายหน่อยสักเก้าโมง อาจเสียแค่คะแนนจิตวิสัย กับโดนด่านิดหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นก็คงไม่มีใครอยากเสียอะไรแบบนั้น เพื่อไม่ต้องมาเข้าแถวในตอนเช้าหรอก

การเข้าแถวในตอนเช้า หรือว่าตอนไหนๆก็เป็นปัญหาระดับชาติ จากที่ผู้เขียนอยู่ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานมาตลอด 12 ปี การเข้าแถวหน้าเสาธงยังคงเป็นกิจกรรมที่นักเรียนทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าไม่ชอบเป็นอย่างมาก สำหรับกิจกรรมการเข้าแถวหน้าเสาธงเป็นการใช้เวลาในยามเช้า ตั้งแต่เวลา 8 โมงเป็นต้นไป เพื่อให้ทุกคนร้องเพลงชาติไทย สวดมนต์ กล่าวศีลห้า ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แต่ความเป็นจริงมันแค่การยืน และนั่งตากแดดอยู่นานถึงสามสิบนาถึง หรืออาจถึงหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ต่อด้วยการฟังเสียงคุณครูแต่ละคนมาเดี่ยวไมค์โครโฟนเรื่อยเปื่อยอยู่บนเวที

คนนี้พูดเสร็จอีกคนก็ขึ้นมาพูดอีก ต่อให้ไม่มีเรื่องสำคัญจะมาพูด ก็จะมีคุณครูอยู่ท่านหนึ่งที่จะสรรหาเรื่องอะไรก็ไม่รู้มาพูด อย่างเช้าวันนี้เข้าแถวกันเร็วดีนะ ทำไมวันนี้ชั้นม.ห้าเข้าแถวช้า ทำไมร้องเพลงไม่ดังเลย วันนี้เห็นคนแต่งตัวไม่เรียบร้อยเยอะเลยนะ ซึ่งน่าแปลกที่ท่านพูดประโยคเดิมๆแบบนี้วนไปมาตั้งแต่ผู้เขียนอยู่ชั้นปีที่หนึ่งจนเรียนจบ ผู้เขียนจึงตั้งสมมุติฐานขึ้นมาเองว่า คุณครูเขาได้รับมอบหมายหน้าที่มาว่าต้องพูดยังไงก็ได้แค่ต้องครบสิบนาที ถ้าไม่ได้จะโดนหักเงินเดือนอะไรประมาณนั้น เพราะผู้เขียนไม่เข้าใจจริงๆว่าจะพูดทำไมถ้าไม่มีอะไรจะพูด

อีกเรื่องหนึ่งคือทุกคนทุกรุ่นก็ต่างบ่นร้อน บ่นเบื่อ บอกครูแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง จนมันเป็นเรื่องตลกที่พูดกันในคาบเรียนเช้าระหว่างคุณครูกับนักเรียน แม้จะผ่านไปเป็นสิบๆปีแล้วก็ยังคงเดิม
จุดประสงค์ของการเข้าแถวหน้าเสาธงในตอนเช้า คือเป็นกิจกรรมที่รวบรวมนักเรียนในตอนเช้า เพื่อมาปลุกจิตสำนึกของความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จากนั้นก็คุยประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงโดยอ้างว่า เพื่อให้ทุกคนได้รับข่าวสารครบถ้วนสมบูรณ์ แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียน การประชาสัมพันธ์หน้าเสาธงมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะสุดท้ายแล้วหลังจากกิจกรรมหน้าเสาธงก็ยังคงมีประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องผ่านทางห้องเรียน ครูบาอาจารย์ แล้วก็เสียงตามสายอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าคุณจะนั่งฟังที่หน้าเสาธงหรือไม่ก็ตามคุณก็จะได้รับข่าวสารเหมือนกันอยู่ดี แล้วเราจะมีกิจกรรมหน้าเสาธงไปเพื่ออะไรกัน

ตอนที่ผู้เขียนอยู่มัธยมต้นจะได้ยินบทพูดที่ซ้ำซากวนไปวนมาของอาจารย์ ก่อนที่จะร้องเพลงชาติเสมอว่า เด็กมัธยมปลายมาช้าบ้าง เด็กมัธยมต้นมาเร็ว เป็นอย่างนี้ทุกวัน แม้ผู้เขียนจะอยู่มัธยมปลายก็ยังคงได้ยินประโยคนี้อยู่เช่นเดิม ยังกับเป็นตัวละครในเกมหรือ NPC ไปได้ พออาจารย์ยิ่งบ่นเวลาทำกิจกรรมหน้าเสาธงก็ยิ่งนานขึ้น เหล่านักเรียนก็เป็นผู้รับผลเสียฝ่ายเดียวโดยการถูกเอาไปตากแดดนานๆ

อย่างที่ทราบกันว่าอากาศประเทศไทยร้อนมาก การที่ต้องตากแดดร้อนๆอยู่เกือบสามสิบนาทีนี้ ไม่มีใครชอบหรอกครับ ยิ่งวันไหนผู้อำนวยการมาพูดเวลาจะเพิ่มไปอีก 10 – 15 นาที ซึ่งจุดนี้เองก็สร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่นักเรียนทุกคน เพราะไม่ว่าเป็นกิจกรรมหน้าเสาธง หรือกิจกรรมอื่นๆที่ต้องไปจัดกลางแดด ทุกครั้งคนที่ตากแดดก็คือนักเรียน คนที่สบายก็คือคุณครู จริงที่มีครูส่วนหนึ่งเห็นใจเด็กๆ หน่อยก็จะยอมมายืนตากแดดด้วย แต่ถามจริงๆว่าจะมีสักกี่คนกัน แล้วคุณครูที่เหลือก็จะไปหาที่ร่มๆสบายๆ ไม่พอยังใช้ร่มได้อีก ทั้งๆที่นักเรียนไม่สามารถใช้ได้ คิดว่าผิวของคุณครูจะอ่อนแอกว่าผิวของนักเรียนหรือครับ?

หรือการที่นักเรียนถือร่มในกิจกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องไม่สุภาพ? หรือกลัวว่าร่มจะสะท้อนแสงแล้วไปแยงตาคุณครูที่พูดไมค์หรือเปล่า? บางทีคุณครูอาจคิดว่าถ้าไม่ให้นั่งกลางแดดแล้วเด็กจะไม่ตั้งใจฟัง ผู้เขียนคิดว่าไม่ได้เกี่ยวกันเลย ต่อให้นักเรียนนั่งที่ใดถ้าเขาไม่อยากฟัง จะทำอย่างไรเขาก็ไม่ฟังครับ ทำไมถึงมีความคิดว่านักเรียนลำบากแล้วจะตั้งใจฟัง

แล้วบริเวณที่เรานั่งก็ไม่ได้สบายอะไรเลย มันเป็นแค่พื้นถนนที่มีแต่ฝุ่น ไม่รู้ว่าจะมีสุนัขมาถ่ายอุจจาระหรือเปล่าอีก นอกจากไม่สะอาดแล้วยังนั่งไม่สบาย เรียกได้ว่าขอยืนยังจะดีกว่า ด้วยความที่ต้องนั่งนานๆก็เมื่อย จะบิดยืดตัวก็เกรงใจคนข้างๆ แล้วยังมีคุณครูมาบ่นว่านั่งกลางแดดแค่นี้จะเป็นจะตาย ทีคุณครูลำบากเหลือเกินต้องยืนในที่ร่มเย็นๆ เมื่อยหน่อยก็แค่ไปเดินยืดเส้นยืดสาย บางท่านถึงขั้นไปจับกลุ่มนั่งที่โต๊ะหินอ่อนกันสองสามคน ดีไม่ดีมีการแบ่งเวรกัน คือคุณครูไม่ได้เข้าแถวทุกวันแบบนักเรียนแค่เข้าสามถึงสี่วันต่อสัปดาห์ เวลาว่างก็ไปนั่งในห้องสบายๆรอสอนก็พอ

กิจกรรมหน้าเสาธงเป็นอีกอย่างที่ผู้เขียนไม่เคยได้รับประโยชน์ใดๆเลย ถึงจะมีใครมาบอกว่ามีประโยชน์ผู้เขียนก็ไม่อยากทำอีกอย่างแน่นอน ณ ปัจจุบันผู้เขียนคิดว่าสมควรที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ ถ้าเราสามารถเคารพธงชาติที่หน้าห้องเรียนเวลาฝนตกได้ทำไมเราต้องไปยื่นกลางแดดที่หน้าเสาธงกัน? หรืออาจารย์อยากจะเจอหน้านักเรียนอันเป็นที่รัก แต่นักเรียนไม่อยากตากแดด เราก็มาถอยคนละก้าวไหม? โดยใช้หอประชุมโรงเรียนเพราะโดยปกติหอประชุมจะเป็นอาหารที่กว้างสามารถถจุนักเรียนได้มาก หรือคุณครูอยากจะเห็นภาพนักเรียนร้องเพลงชาติกลางแดด

เห็นแล้วมันตื้นตัน อยากจะเห็นนักเรียนทำกิจกรรมทั้งหมด ไม่ว่าจะร้องเพลงชาติ สวดมนต์ แต่เสร็จแล้วก็ปล่อยในทุกคนเข้าห้องเรียนไป ไม่ต้องพูดหน้าเสาธงก็ยังดี อยากประชาสัมพันธ์เรื่องใดก็ฝากคุณครู เสียงตามสาย หรือช่องทางออนไลน์ เพียงเท่านี้นักเรียนก็จะโดดกิจกรรมการเข้าแถวหน้าเสาธงน้อยลงแล้ว

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
Banner 1
Banner 2
Banner 3
Banner 4